จำนวนการดูหน้าเว็บรวม

วันเสาร์ที่ 3 ตุลาคม พ.ศ. 2563

ครั้งที่ 8 วันที่ 30 กันยายน พ.ศ.2563 การจัดประสบการณ์ทางวิทยาศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัย

  การจัดประสบการณ์ทางวิทยาศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัย 

วันพุธที่ 30 กันยายน พ.ศ.2563

เวลา 08:30 - 12:30 น.


เนื้อหา

ผังกราฟฟิก

ประโยชน์ 

↳ พัฒนาความคิดรวบยอด = ช่วยขยายการคิด

↳ ผังกราฟฟิกแสดงความสำคัญ = การเปรียบเทียบ , ผังกราฟฟิก T-chart , Two chat แสดงความเหมือนต่าง

↳ ผังกราฟฟิกที่นำเสนอข้อมูลที่มึการจัดเรียงลำดับข้อมูล = ผังลูกโซ่ , ผังวัฏจักร 

↳ ผังกราฟฟิกแบบจัดกลุ่มหรือจำแนกประเภท = ตารางแบ่งประเภท

↳ ผังกราฟฟิกอื่นๆ = แผนภูมิต้นไม้ (ลำดับครอบครัว) , แผนที่ , แผนภูมิรูภาพ , แผนกราฟเส้น , แผนภาพ , แสดงรูปทรง 

รูปภาพการทำกิจกรรม



















ประเมินอาจารย์ผู้สอน : อาจารย์เตรียมการสอนมาดี สรุปมาแค่ข้อมูลที่สำคัญ ทำให้เรียนง่ายจบบทเร็ว และเข้าใจง่าย

ประเมินตนเอง : บทนี้ไม่ค่อยยาก แต่ก็มีความสับสนในการใช้แต่จากการทำกิจกรรมก็ทำให้เข้าใจมากขึ้น

ประเมินเพื่อน : เพื่อนตั้งใจทำกิจกรรมมาก เพราะมีการตกแต่งเป็นเรื่องที่เพื่อนๆชอบ 

บรรยากาศในห้อง : อากาศเย็น แต่ไม่หนาวเหมือนสัปดาห์ก่อนๆ ได้นั่งทำงานมีเวลาทำกิจกรรมกลุ่มกับเพื่อนเยอะทำให้มีความสุข


ครั้งที่ 7 วันที่ 23 กันยายน พ.ศ.2563 การจัดประสบการณ์ทางวิทยาศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัย

 การจัดประสบการณ์ทางวิทยาศาสตร์

วันพุธที่ 23 กันยายน พ.ศ.2563

เวลา 08:30 - 12:30 น.


เนื้อหา

การใช้คำถามพัฒนาทักษะการคิดกับการจัดประสบการณ์วิทยาศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัย

ประเภทการคิด

1.ทักษะการคิดพื้นฐาน

2.ทักษะการคิดทั่วไป

3.ทักษะการคิดระดับสูง

กระบวนการคิด

1.การคิดรวบยอด 

2.การคิดเชิงเหตุผล 

3.การคิดแก้ปัญหา 

4.การคิดสร้างสรรค์

บทบาทครูในการจัดประสบการณ์ส่งเสริมความคิด

↳ การใช้จิตวิทยา 

↳ การคิดริเริ่มสร้างสรรค์

↳ มีปฏิสัมพันธ์กับเด็ก 

↳ การใช้คำถามกับเด็ก    

ประเภทของคำถาม (บลูม)

1.ถามความรู้ : คำตอบแน่นอน ข้อเท็จจริง 

2.ถามความเข้าใจ : ใช้ความรู้ ความจำ เพื่ออธิบาย

3.ถามการนำไปใช้ : นำไปใช้แก้ปัญหา

4.ถามการวิเคราะห์ : แยกแยะเรื่องราว

5.ถามการสังเคราะห์ : ใช้กระบวนการคิดเพื่อสรุปความสัมพันธ์

6.ถามการประเมินค่า : ให้นักเรียนได้ตีคุณค่าโดยใช้ความรู้

คำถามระดับพื้นฐาน (ระดับต่ำ)

↳ คำถามใช้สังเกต : ใช้ประสาทสัมผัส 

↳ คำถามทบทวนความจำ : นำประสบการณ์เดิมมาตอบ

↳ คำถามบอกความหมาย : ใช้ตรวจสอบประสบการณ์เดิม

↳ คำถามบ่งชี้ : กำหนดแล้วให้เลือกตอบ

↳ คำถามนำ : ดึงความสนใจเด็ก

↳ คำถามเร้าความสนใจ : ไม่ต้องตอบจริงจัง ใช้ดำเนินกิจกรรม

คำถามขยายความคิด (ระดับสูง) 

↳ คำถามใช้อธิบาย : นำความรู้มาตอบ

 ↳ คำถามเปรียบเทียบ : เปรียบเทียบคุณสมบัติเหมือน ต่าง

↳ คำถามใช้จำแนกประเภท : ให้รู้จักการจัดกลุ่ม หมวดหมู่

↳ คำถามใช้ยกตัวอย่าง : ให้บอกชื่อหรือยกตัวอย่าง

↳ คำถามใช้วิเคราะห์ : ค้นหาความจริง

↳ คำถามใช้สังเคราะห์ : การรวบรวม 2 สิ่งให้เกิดเป็นของใหม่ ให้เด็กใช้กระบวนการคิดสรุปความสัมพันธ์

↳ คำถามประเมินค่า : ใช้พิจารณาคุณค่า

เทคนิคการใช้คำถาม

↳ให้เวลาในการตอบคำถาม

↳ ใช้คำถามปลายเปิด

↳ ใช้คำถามให้เด็กเชื่อมโยงประสบการณ์เดิมกับประสบการณ์ใหม่

↳ ครูควรกระตุ้นให้เด็กตั้งคำถาม

↳ ใช้คำถามของเด็กกระตุ้นเด็กให้เกิดการเรียนรู้และค้นหาคำตอบด้วยตนเอง

เทคนิคการกระตุ้นคำถาม 

ครูถาม , นักเรียนร่วม , เด็กถามครู



ประเมินอาจารย์ผู้สอน : อาจารย์เตรียมการสอนมาดีมากๆ มึเนื้อหาที่ครบถ้วนและมีการจัดกิจกรรมที่สามารถนำสิ่งที่เรียนไปใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด

ประเมินตนเอง : บทเรียนนี้ค่อนข้างสับสน ทำให้ทำกิจกรรมไม่ค่อยได้แต่ก็กลับมาทบทวนจนเข้าใจ

ประเมินเพื่อน : เพื่อนตั้งใจจดสรุปเนื้อหาของวันนี้ และตั้งใจทำกิจกรรมมาก

บรรยากาศในห้อง : นั่งเรียนบนโต๊ะเขียนสบาย อากาศเย็นมาก




วันเสาร์ที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2563

ครั้งที่ 6 วันที่ 16 กันยายน พ.ศ.2563 การจัดประสบการณ์ทางวิทยาศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัย

  การจัดประสบการณ์ทางวิทยาศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัย

วันพุธที่ 16 กันยายน พ.ศ.2563

เวลา 08:30 - 12:30 น.

เนื้อหา

ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ หมายถึง การนำทักษะพื้นฐานมาใช้ค้นคว้า ทดลอง อย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง เพื่อหาข้อเท็จจริงในการตอบสนองซึ่งจะช่วยให้เด็กมีเหตุผลและรู้จักแก้ปัญหา

ความสำคัญ ⇨ ฝึกให้เด็กลงมือปฏิบัติกิจกรรมจริง ช่วยให้เด็กเป็นคนช่างสังเกต ช่วยฝึกทักษะการคิด ยอมรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น ช่วยให้เด็กมีไหวพริบ

ประโยชน์ ⇨ สามารถนำประสบการณ์จากการฝึกทักษะด้านต่างๆไปใช้ เด็กได้ใช้ประสาทสัมผัส นำความรู้ทักษะพื้นฐานมาใช้ในการแก้ปัญหา ค้นคว้าเพื่อทำความเข้าใจ เด็กเข้าใจการใช้ชีวิตด้วยการนำประโยชน์จากทักษะไปใช้ในการแสวงหาความรู้

ทักษะพื้นฐานกระบวนการทางวิทยาศาสตร์

↳ ทักษะการสังเกต : การใช้ประสาทสัมผัสอย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายๆอย่างรวมกันสัมผัสโดยตรงกับวัตถุเพื่อแสวงหาความรู้ที่สนใจ

↳ ทักษะการจำแนกประเภท : ความสามารถในการแบ่งประเภทสิ่งของโดยหาเกณฑ์

↳ ทักษะการวัด : การใช้เครื่องมือต่างๆวัดปริมาณของสิ่งที่ต้องการรู้ มีหน่วยเท่ากับการวัด

↳ ทักษะการสื่อความหมาย : การพูด การเขียน รูปภาพ และภาษาท่าทาง การแสดงสีหน้า

↳ ทักษะการลงความเห็น : เพิ่มเติมความคิดเห็น เพื่อแสดงความเปลี่ยนแปลง

↳ ทักษะการหาความสัมพันธ์ระหว่างสเปสกับเวลา : การเรียนรู้ 1 มิติ 2 มิติ 3 มิติ การบอกตำแหน่ง ทิศทาง เงา 

↳ ทักษะการคำนวณ : ความสามารถในการนับ การบวก ลบ คูณ หาร การนำจำนวนมากำหนดลักษณะต่างๆ

กระบวนการคิด 

 ↳ กำหนดสิ่งที่ต้องการศึกษา → กำหนดปัญหาหรือวัตถุประสงค์ → กำหนดลักษณะหรือกฎเกณฑ์ → พิจารณา แยกแยะ → สรุปคำตอบ 

บทบาทครูกับการส่งเสริมทักษะ

↳ ครูไม่ควรคาดหวังการเปลี่ยนแปลงด้านต่างๆจากเด็กอย่างรวดเร็ว

↳ การเรียนรู้ของเด็กไม่ได้จำกัดเฉพาะแค่ในห้องเรียน

↳ การฝึกทักษะต่างๆ ต้องคำนึงถึงความปลอดภัย

↳ ครูควรจัดกิจกรรมเพื่อส่งเสริมให้เด็กลงมือทำเอง เลือกกิจกรรมที่น่าสนใจ เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ

กิจกรรมในห้องเรียน






ประเมินอาจารย์ผู้สอน : อาจารย์นำเพลงมาให้ทุกๆคลาส ทำให้ได้รับเพลงเก็บเด็กที่มากขึ้นซึ่งเป็นเพลงใหม่ๆที่ไม่เคยได้ยิน ในส่วนของเนื้อหา อาจารย์นำมาสอนละเอียดมาก powerpoint อาจจะมีงงๆบ้างแต่อาจารย์ก็ตั้งใจทำเพื่อนำความรู้มาให้ได้อย่างครบถ้วน อีกทั้งยังมีกิจกรรมที่ทำให้มองเห็กภาพมากขึ้น

ประเมินตนเอง : สำหรับบทเรียนนี้ค่อนข้างที่จะละเอียดแต่น้อยกว่าทฤษฎี ตั้งใจบันทึกเนื้อหาตามที่อาจารย์อธิบายเพื่อนำไปใช้ ส่วนเพลงเก็บเด็กมีความกล้าคิดกล้าแสดงออกในการคิดท่ามากขึ้น

ประเมินเพื่อน : เพื่อนตั้งใจจดสรุปเนื้อหาของวันนี้ และสนุกสนานกับเพลงเก็บเด็กมากรวมถึงนำเสนองานท้ายค้าบได้อย่างน่าชื่นชมและสนุกน่าสนใจมาก

บรรยากาศในห้อง : นั่งเรียนเป็นตัวยยู ทำให้เห็นหน้าพื่อนชัดขึ้นแต่มอง Powerpoint ไม่ค่อยเห็นแต่ก็ชอบการนั่งเรียนแบบนี้ อาการค่อนข้างร้อนเพราะได้นั่งใต้แอร์




วันเสาร์ที่ 12 กันยายน พ.ศ. 2563

ครั้งที่ 5 วันที่ 9 กันยายน พ.ศ.2563 การจัดประสบการณ์ทางวิทยาศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัย

 การจัดประสบการณ์ทางวิทยาศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัย

วันพุธที่ 9 กันยายน พ.ศ.2563

เวลา 08:30 - 12:30 น.

เนื้อหา

ทฤษฎีการเรียนรู้

 พาฟลอบ  (รัสเซีย) → ทฤษฎีการวางเงื่อนไข

สุนัขหิวจัด → เครื่องวัดน้ำลาย → สั่นกระดิ่ง → ให้อาหาร → สั่น → น้ำลายไหล 

ก่อนการวางเงื่อนไข

ให้ผงเนื้อน้ำลายไหล , สั่นกระดิ่งน้ำลายไม่ไหล

ขณะวางเงื่อนไข

ให้ผงเนื้อ + สั่นกระดิ่ง = น้ำลายไหล

หลังจากการวางเงื่อนไข

สั่นกระดิ่งแล้วน้ำลายไหล

หลักการเรียนรู้ที่สำคัญ

การแผ่ขยาย : ใช้ได้กับทุกคนทุกวัย

การแยกแยะ : พฤติกรรมใดที่ทำให้เป็นสิ่งเร้า

การหยุดยั้ง : หยุดพฤติกรรม

การฟื้นคือสภาพเดิม : พฤติกรรมสามารถกลับคืน ถ้าไม่เกิดการตอบสนอง

การนำไปใช้ ⇒ ใช้ในการวางเงื่อนไขให้เด็กพร้อมที่จะเรียนรู้

วัตสัน (อเมริกัน) → การวางเงื่อนไขแบบคลาสสิค 

สิ่งเร้าสองสิ่งมาคู่กัน คือ เงื่อนไข (ตีเหล็ก) ไม่มีเงื่อนไข (หนูขาว) 

→ พฤติกรรมควบคุมให้เกิดขึ้นได้โดยวางสิ่งเร้าที่วางเงื่อนไขให้สัมพันธ์กับสิ่งเร้าตามธรรมชาติการเรียนรู้จะคงทนถาวรหากมีการให้สิ่งเร้าที่สัมพันธ์กันนั้นควบคู่กันไปอย่างสม่ำเสมอ (เมื่อทำได้ก็สามารถลดพฤติกรรมได้) 

สกินเนอร์ (อเมริกัน) → การวางเงื่อนไขแบบคลาสสิคจำกัด

เป็นพฤติกรรมที่เกิดขึ้นส่วนน้อยของมนุษย์ พฤติกรรมส่วนใหญ่มนุษย์เป็นผู้ลงมือกระทำ

 พฤติกรรมมี 3 องค์ประกอบ 

สิ่งที่เกิดก่อน(สิ่งเร้า) → พฤติกรรม(การเสริมแรง) → ผลที่ได้รับ 

การเสริมแรงทางบวก = ตอบสนองดี (การให้รางวัล) 

การเสริมแรงทางลบ = ตอบสนองดี (ตำหนิ , เสียงดัง)

ธอร์นไดค์ → ทฤษฎีการเชื่อมโยง  การลองผิดลองถูก เรียนรู้จากประสบการณ์จริง

กฎแห่งผล : ถ้าชอบก็จะทำซ้ำๆ ไม่ชอบจะไม่ทำเลย

กฎแห่งความพร้อม : ร่างกายพร้อม ได้เรียน จะพอใจ , ร่างกายพร้อม ไม่ได้เรียน ไม่พอใจ , ร่างกายไม่พร้อม บังคับให้เรียน ไม่พอใจ 

กฎแห่งการฝึกหัด : ทำซ้ำ + ปรับปรุงเสมอ = คล่องแคล่ว , ไม่ลืม 

เมรีโจน → การวางเงื่อนไขกลับ

เด็กกลัวหนู → ร้องไห้ → อุ้มด้วยความรัก(และแม่จะยื่นขนมให้ทุกครั้ง) → ให้เล่นกับหนูขาว → มีความสุข การนำไปใช้ ⇨ สร้างบรรยากาศดีในการสอน , เป็นกันเอง , ใช้สื่อที่ดี , ครูไม่ใจร้าย , เปิดโอกาาให้เด็กมีมุมอิสระ , สอนให้สนุก  , ให้ความรักความอบอุ่น 

ไทเลอร์ → ทฤษฎีความต่อเนื่อง 

ให้โอกาสฝึกทักษะในกิจกรรมและประสบการณ์บ่อยๆและต่อเนื่องกัน

→ การจัดช่วงลำดับ : ง่ายไปหายาก 

→ บูรณาการ : นำพัฒนาการผสมกับการจัดกิจกรรม

กิจกรรมในห้องเรียน




ประเมินอาจารย์ผู้สอน : อาจารย์มีความพร้อมมากในการสอน อาจารย์เตรียมเนื้อหามาอย่างดีเมื่อมีข้อสงสัยอาจารย์ก็ยังมี Powerpoint ขยายอีกรอบนึงให้เกิดความชัดเจนมากขึ้น แล้วยังมีเพลงมาให้อีกด้วย

ประเมินตนเอง : ตั้งใจจดบันทึกในสิ่งที่อาจารย์สอน พยายามสรุปเป็นช็อตโน๊ตเพื่อให้ตนเองสามารถนำมาทำความเข้าใจภายหลังได้ ในการร้องเพลงและคิดท่าประกอบมีความจินตนาการมากขึ้นและกล้าแสดงออกมากขึ้น

ประเมินเพื่อน : เพื่อนตั้งใจสรุปเนื้อหาที่เรียนพร้อมกับตอบคำถามอาจารย์ตลอดๆ อีกทั้งยังมีส่วรร่วมมากๆในการร้องและเต้นเพลงที่อาจารย์นำมา 

บรรยากาศในห้อง : อากาศในห้องเย็นๆ พอดี มีการสลับเปลี่ยนเปิดแอร์ตัวหน้าและตัวหลัง


ครั้งที่ 4 วันที่ 2 กันยายน พ.ศ.2563 การจัดประสบการณ์ทางวิทยาศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัย

 การจัดประสบการณ์ทางวิทยาศาสตร์

วันพุธที่ 2 กันยายน พ.ศ.2563

เวลา 08:30 - 12:30 น.

เนื้อหา

การเรียนรู้ของเด็กปฐมวัย

เด็กเรียนรู้ได้อย่างไร ? 

⥤ การเล่น

⥤ ลองผิดลองถูก

⥤ การกระทำด้วยตนเอง

⥤ เรียนรู้จากง่ายไปหายาก

⥤ การเลียนแบบ 

⥤ ครูถ่ายทอด

สมองคือกองบัญชาการของร่างกาย → ความคิด ความรู้สึก

ความหมายของการเรียนรู้

↳ คิมเบิล : เป็นการเปลี่ยนแปลงค่อนข้างถาวร

 ↳ ฮิลการ์ด + เบาว์เวอร์ : การเปลี่ยนแปลงมาจากประสบการณ์และการฝึก

↳ คอนบาค : การเปลี่ยนแปลงเป็นผลมาจากประสบการณ์ของแต่ละคนที่เจอมา

ความสำคัญของการเรียนรู้ 

↳ ริชาร์ด : เป็นพื้นฐานของการดำรงชีวิต มนุษย์เรียนรู้ตั้งแต่แรกเกิดจนถึงตายไม่มีใครแก่เกินเรียน การเรียนรู้จะช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิตของมนุษย์

↳ บลูม : การเปลี่ยนแปลงความรู้ ความคิด ความเข้าใจ (สมอง : ความคิดรวบยอด)

             : การเปลี่ยนแปลงอารมณ์ (จิตใจ : ความเชื่อ , ความสนใจ , เจตคติ)

             : การเปลี่ยนแปลงการเคลื่อนไหว (ร่างกาย : ชำนาญ , ทักษะ)

#สรุป

การเรียนรู้คือการเปลี่ยนแปลงค่อนข้างถาวร การเปลี่ยนแปลงเป็นผลมาจากการฝึกฝนและได้รับประสบการณ์ การเรียนรู้มาจากพฤติกรรมมี 2 ส่วน คือ พฤติกรรมเดิม และ พฤติกรรมหลังเรียนแล้ว

ธรรมชาติของเด็กปฐมวัย อายุ 3 - 5 ปี

⇢ พอใจคนที่ตามใจ  ⇢ อยากรู้อยากเห็นทุกอย่างรอบตัว  ⇢ ช่วยเหลือตนเองได้

⇢ สนใจนิทานและเรื่องราวต่างๆ  ⇢ มีช่วงความสนใจสั้น 8 - 10 นาที  ⇢ ชอบถามทำไมตลอดเวลา

องค์ประกอบของการเรียนรู้

⤱ ดอลลาร์ + มิลเลอร์  กล่าวไว้ 4 ประการ

↳ แรงขับ : ความต้องการที่เกิดขึ้นภายในตัวบุคคล

↳ สิ่งเร้า : ตัวกระตุ้นที่ทำให้เด็กมีปฏิกิริยาหรือการตอบสนอง

↳ การตอบสนอง : แสดงออกเมื่อได้รับการกระตุ้น

↳ การเสริมแรง : ให้สิ่งที่มีอิทธิพลต่อบุคคลอันมีผลในการเพิ่มพลังให้เกิดการเชื่อมโยงระหว่างการกระตุ้นกับสิ่งตอบสนอง

กระบวนการเรียนรู้

Alan tromas กล่าวไว้ 8 ประการ

1. ลงมือปฏิบัติ  2.ปัจเจกบุคคล(เฉพาะตัวใครตัวมัน) 3.รับอิทธิพลจากคนในสังคม

4.ตอบสนองสิ่งที่พบหรือกระตุ้น 5.กระบวนการต่อเนื่องตลอดชีวิต 6.ไม่สามารถเปลี่ยนกลับไปมาได้

7.ต้องใช้เวลา 8.ไม่สามารถเกิดจากการถูกบังคับ


ประเมินอาจารย์ผู้สอน :  อาจารย์มีเนื้อหาใน powerpoint ที่ครบถ้วนและเนื้อหาแน่น สามารถนำไปใช้ในการประกอบอาชีพและใช้ในการสอบได้ พร้อมทั้งยังมีเพลงมาแจกทุกอาทิตย์

ประเมินตนเอง : ครั้งนี้เริ่มมีความกล้าแสดงออก แต่ก็ยังคิดท่าไม่ค่อยไว ยังขาดจินตนาการ สำหรับเนื้อหาตั้งใจจดข้อสรุปเพื่อนำมาทำความเข้าใจ

ประเมินเพื่อน : เพื่อนมีความสนุกสนานในการได้ทำกิจกรรมก่อนเริ่มเรียน เมื่อถึงเวลาเรียนก็ตั้งใจฟังและบันทึกตามที่อาจารย์สอน

บรรยากาศในห้อง : อากาศร้อนเนื่องจากแอร์เสีย 1 ตัว แต่ไม่เป็นอุปสรรคต่อการเรียน




ครั้งที่ 3 วันที่ 26 สิงหาคม พ.ศ.2563 การจัดประสบการณ์ทางวิทยาศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัย

การจัดประสบการณ์ทางวิทยาศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัย

วันพุธที่ 26 สิงหาคม พ.ศ.2563

เวลา 08:30 - 12:30 น. 

เนื้อหา

             ทฤษฎีทางด้านสติปัญญา

 เพียเจท์

จะเกี่ยวกับการคิดเชิงตรรกะหรือความคิดเชิงเหตุผล → ถ้าเด็กๆน่ารัก จะให้ดื่มนม

ซึ่งขั้นการพัฒนาทางสติปัญญาที่เกี่ยวกับปฐมวัยคือ 2 ขั้นแรก

ขั้นที่ 1 ขั้นประสาทการรับรู้ปละการเคลื่อนไหว อายุ แรกเกิด - 2 ปี

ขั้นที่ 2 ขั้นก่อนปฏิบัติการคิด  *แบ่งเป็น 2 ขั้น

↳ ขั้นก่อนเกิดสังกัป อายุ 2 - 4 ปี เริ่มมีเหตุผล โดยยึดตนเองเป็นหลัก สามารถโยง 2 เหตุการณ์หรือมากกว่า มาเป็นเหตุผลเกี่ยวกันได้ พัฒนาการทางด้านภาษาเร็ว เข้าใจสิ่งต่างๆเบื้องต้น 

↳ ขั้นคิดแบบญาณหยั่งรู้ อายุ 4 - 7 ปี มีความคิดรวบยอดเกี่ยวกับสิ่งต่างๆ รู้จักแยกประเภทและแยกชิ้นส่วนของวัตถุ นำความรู้หนึ่งไปอธิบายหรือแก้ปัญหาอื่นและสามารถนำเหตุผลทั่วไปมาสรุปแก้ปัญหาโดยไม่วิเคราะห์ พูดตามสิ่งที่ตนเห็น

การประยุกต์ใช้  ⇶ จัดประสบการณ์การเรียนรู้ให้สอดคล้องกับพัฒนาการทางด้านสติปัญญาของเด็ก

จัดกิจกรรมผ่านการใช้ประสาทสัมผัส การกระทำ 

ให้อิสระในการพัฒนาไม่เอาเด็กมาเปรียบเทียบกัน คำนึกถึงความต่างระหว่างบุคคล

บรูเนอร์

การเรียนรู้โดยการค้นพบ (Disco Approach) ทำให้เด็กค้นพบและแก้ปัญหา จากการเกิดความอยากรู้อยากเห็นซึ่งเป็นแรงผลักดันที่ทำให้เด็กสำรวจสิ่งแวดล้อมและทำให้เกิดการเรียนรู้โดยการค้นพบ 

บรูเนอร์มีความเชื่อว่ามนุษย์มักจะเลือกรับรู้ในสิ่งที่ตนเองสนใจและการเรียนรู้เกิดจากกระบวนการค้นพบด้วยตนเอง 

การประยุกต์ใช้  ⇶ ส่งเสริมให้เรียนอย่างอิสระ 

จัดการเรียนการสอน โครงสร้างเนื้อหาให้เหมาะสมกับผู้เรียน

สร้างแรงจูงใจในการสอน

ไวก๊อตสกี

พัฒนาการและการเรียนรู้มีลักษณะที่เอื้อประโยชน์ซึ่งกันและกัน 

มนุษย์เกิดการเรียนรู้จากประสบการณ์ 3 แบบ

↳ จากบรรพบุรุษ

↳ จากสังคม (มีปฏิสัมพันธ์กับสังคม)

↳ การปรับตัวเข้ากับสิ่งแวดล้อม

แบ่งเชาว์ปัญญาออกเป็น 2 ขั้น

↳ เรียนรู้เองตามธรรมชาติ (ขั้นเบื้องต้น)

↳ เกิดจากการปฏิสัมพันธ์กับผู้ใหญ่ที่อบรมเลี้ยงดู (ขั้นสูง)

แบ่งพัฒนาการทางภาษาเป็น 3 ขั้น

↳ ใช้ปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่น (ภาษาสังคม) อายุ 0 - 3 ปี → สื่อสารความคิด ความต้องการ ความรู้สึก

↳ พูดกับตนเอง อายุ 3 - 7 ปี → เด็กพูดกับตนเอง ช่วยในการคิดหรือตัดสินใจ

↳ พูดในใจเฉพาะตน อายุ 7 ขวบขึ้นไป → ใช้ภาษาในการแก้ปัญหาโดยใช้ผ่านภายในใจตนเอง

#พื้นที่รอยต่อของพัฒนาการ 

ทำให้บุคคลมีความพร้อมต่ออนาคตรอยต่อเหมือนดอกบัวตูมค่อยๆบานดหมือนพัฒนาการ

พื้นที่รอยต่อเกิดจากการชี้แนะของครู การกระตุ้น การชักจูง เช่น  ถ้าเด็กๆขึ้นป.1 เด็กๆจะไม่ต้องนอนกลางวันแล้วนะ ดีใจไหม

พื้นที่รอยต่อวันนี้จะเป็นระดับของการพัฒนาของวันพรุ่งนี้อะไรก็ตามที่เด็กทำได้โดยความช่วยเหลือในวันนี้ สันพรุ่งนี้เขาจะสามารถทำได้ด้วยตนเอง รอยต่อไม่แน่นอน ไม่มั่นคง อาจจะขึ้นอยู่กับอารมณ์

การประยุกต์ใช้ ⇶ ให้ผู้เรียนสร้างองค์ความรู้เองโดยอาจจะมีครูคอยแนะนำ

ทำการประเมินโดยยึดหลักตามความสนใจ ความถนัดของเด็ก


ประเมินอาจารย์ผู้สอน : อาจารย์มีเนื้อหาที่ครบถ้วน หลังจากสอนจบในเนื้อหาของนักทฤษฎีแต่ละคนอาจารย์จะมีสรุปให้อีกรอบเพื่อทบทวนทำให้เข้าใจง่ายขึ้น

ประเมินตนเอง :ตั้งใจฟังบ้าง อาจจะมีเสียสมาธิบ้างในช่วงท้ายๆ อาจจะเพราะนั่งนานทำให้เบื่อ แต่ก็พยายามจดตามที่อาจารย์สอน สรุปเป็นความเข้าใจของตนเอง และถ่ายรูปเก็บเนื้อเพลงที่อาจารย์ให้รวมถึงได้ผ่อนคลายเมื่อร้องเพลงและทำท่าประกอบเพื่อพัฒนาจินตนาการของตนเอง

ประเมินเพื่อน : เพื่อนสนุกกับการร้องเพลงและทำท่าประกอบที่อาจารย์นำมา ทำให้คึกคักก่อนเริ่มเรียน เมื่อถึงเวลาเรียนเพื่อนก็ตั้งใจจดบันทึกและตอบคำถามของอาจารย์

บรรยากาศในห้อง : อากาศค่อนข้างดีเพราะใส่เสื้อแขนไป เพื่อนคึกคักกันมากทำให้มีความสุขในการเรียน




ครั้งที่ 2 วันที่ 19 สิงหาคม พ.ศ.2563 การจัดประสบการณ์ทางวิทยาศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัย

การจัดประสบการณ์ทางวิทยาศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัย
วันพุธที่ 19 สิงหาคม พ.ศ.2563
เวลา 08:30 - 12:30 น.

เนื้อหา

           วิทยาศาสตร์ เป็นสิ่งที่สามารถพิสูจน์ได้จากการสังเกต ทดลอง จากประสาทสัมผัสทั้ง 5 เพื่อพิสูจน์ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นสามารถยืนยันได้ เป็นที่ยอมรับเชื่อถือ เป็นประโยชน์ต่อสังคม ซึ่งความจำเป็นของรายวิชานี้ที่ถามว่าทำไมเด็กปฐมวัยต้องเรียน มันยากเกินไปไหมสำหรับเด็ก คำตอบก็คือ เพราะมันเป็นเรื่องที่อยู่รอบตัวเด็ก เป็นสิ่งที่อยู่ในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นโต๊ะ เก้าอี้ ต้นไม้ เป็นต้น โดยกระบวนการทางวิทยาศาสตร์จะทำให้เด็กมีพื้นฐานที่ดีในด้านการแก้ปัญหา ตัดสินใจ จากข้อมูลที่หลากหลายโดยการวิเคราะห์ 

            ประโยชน์ที่เด็กจะได้จากการเรียนวิทยาศาสตร์ก็คือ จะเป็นคนที่ช่างสังเกต มีอิสระในการคิด รู้จักคุณค่าของตนเองและสิ่งแวดล้อม และใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ การเรียนวิทยาศาสตร์ในเด็กปฐมวัยจะไม่ใช่เรื่องยากถ้าครูมีเทคนิคการสอนที่ดี และทำให้เด็กมีความคิดทางบวกกับวิชานี้ เช่น การสอนเรื่องฝน ครูอาจจะนำแผ่นกระจกไว้ด้านบน นำน้ำร้อนไว้ใต้กระจกเมื่อไอน้ำลอยขึ้นไปที่กระจก จะเกิดการรวมตัวกัร และควบแน่นลงมาเป็นหยดน้ำเหมือนกับการเกิดหยดฝน 

           วิทยาศาสตร์เกิดขึ้นจากความพยายามของมนุษย์ที่จะเรียนรู้และทำความเข้าใจกับสิ่งรอบตัวและการกระทำดังข้างต้นจะทำให้เด็กเกิดข้อสงสัยและซักถาม ซึ่งจะช่วยเชื่อมต่อเซลล์สมองของเด็ก ส่งเสริมความคิด เซลล์สมองจะเชื่อมต่อกันจนเต็มเมื่อเด็กเกิดการเรียนรู้


ประเมินอาจารย์ผู้สอน : อาจารย์เตรียมการสอนมาอย่างดีด้วยการทำ Powerpoint ที่มีเนื้อหาเหมาะสมกับการเรียนรู้ อีกทั้งยังมีการยกตัวอย่างที่หลากหลาย พร้อมกับสอดแทรกเพลงให้เพิ่มเติม

ประเมินตนเอง : ตั้งใจฟังเนื้อหาที่อาจารย์ตั้งใจนำมาสอน และบันทึกเป็นข้อสรุปลงในสมุดเพื่อนำไปใช้ในการทบทวนหลังเลิกเรียน หรือก่อนสอบ ในการร้องเพลงและเต้นประกอบในคลาสนี้อาจจะยังหล้าแสดงออกไม่มากพอปละยังขาดจินตนาการ

ประเมินเพื่อน : เพื่อนตั้งใจฟังเนื้อหาที่อาจารย์เตรียมมา อาจจะมีคุยกันบ้างแต่ก็น้อยมากๆ รวมถึงมีความสุขกับการได้เต้นและร้องเพลงที่อาจารย์ให้ 

บรรยากาศในห้อง : แอร์ในห้องเรียนเย็นมากแต่วันนี้ใส่เสื้อแขนยาวมาเพื่อให้อากาศเย็นไม่เป็นอุปสรรคต่อการเรียน